คำนวณดอกเบี้ยผ่อนรถ

เปรียบเทียบค่างวด • ดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate)

📊 ผลการคำนวณ

💡 เคล็ดลับ: ดาวน์ใส่ได้ทั้งจำนวนเงิน (200,000) หรือเปอร์เซ็นต์ (20%)

📊 ดอกเบี้ยคงที่คืออะไร?

ดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) เป็นวิธีการคิดดอกเบี้ยที่นิยมใช้ในการผ่อนชำระรถยนต์ในประเทศไทย ธนาคารและไฟแนนซ์ส่วนใหญ่จะใช้วิธีนี้ในการคำนวณค่างวดรถ เพราะง่ายต่อการคำนวณและเข้าใจได้ง่ายสำหรับผู้บริโภค

สูตรการคำนวณดอกเบี้ยคงที่:
ดอกเบี้ยรวม = ยอดจัด × อัตราดอกเบี้ย × จำนวนปี
ค่างวดต่อเดือน = (ยอดจัด + ดอกเบี้ยรวม) ÷ จำนวนเดือน

ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการผ่อนรถราคา 1,000,000 บาท ดาวน์ 20% (200,000 บาท) ยอดจัดจะเท่ากับ 800,000 บาท หากดอกเบี้ยคงที่ 3% ต่อปี ผ่อน 7 ปี (84 เดือน) ดอกเบี้ยรวมจะเท่ากับ 800,000 × 0.03 × 7 = 168,000 บาท ค่างวดต่อเดือนจึงเท่ากับ (800,000 + 168,000) ÷ 84 = 11,523.81 บาท

ข้อดีของดอกเบี้ยคงที่คือ ค่างวดจะเท่ากันทุกเดือนตลอดอายุสัญญา ทำให้วางแผนการเงินได้ง่าย ข้อเสียคือ แม้จะผ่อนไปเรื่อยๆ ดอกเบี้ยก็ไม่ลดลงตามเงินต้นที่ลดลง ทำให้ดอกเบี้ยแท้จริง (Effective Rate) จะสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยคงที่ที่แจ้งประมาณ 1.8-2 เท่า

🧮 วิธีใช้เครื่องคำนวณ

เครื่องคำนวณนี้ช่วยให้คุณคำนวณค่างวดรถและเปรียบเทียบแผนผ่อนได้สูงสุด 10 แผนพร้อมกัน ทำให้สามารถเลือกแผนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินของคุณได้ง่ายขึ้น

ขั้นตอนการใช้งาน:

  1. กรอกราคารถ: ใส่ราคารถที่ต้องการซื้อ เช่น 1,000,000 บาท
  2. กรอกเงินดาวน์: ใส่ได้ทั้งจำนวนเงิน (เช่น 200,000) หรือเปอร์เซ็นต์ (เช่น 20%)
  3. เลือกจำนวนเดือน: เลือกระยะเวลาผ่อน 48, 60, 72, 84 เดือน หรือระบุเอง
  4. กรอกอัตราดอกเบี้ย: ใส่อัตราดอกเบี้ยต่อปีที่ได้รับจากธนาคารหรือไฟแนนซ์

ระบบจะคำนวณและแสดงผลทันที รวมถึงยอดจัด ค่างวดต่อเดือน ดอกเบี้ยรวม และยอดรวมทั้งหมด หากมีหลายแผน ระบบจะเน้นแผนที่ค่างวดถูกที่สุดและดอกเบี้ยรวมน้อยที่สุดให้อัตโนมัติ

คุณสามารถเพิ่มแผนใหม่โดยกดปุ่ม "เพิ่มแผน" และตั้งชื่อแผนเองได้ เช่น "ธนาคาร A" หรือ "ไฟแนนซ์ B" เพื่อให้ง่ายต่อการเปรียบเทียบ ข้อมูลจะถูกบันทึกไว้ในเบราว์เซอร์ หากกลับมาใช้งานอีกครั้งข้อมูลจะยังคงอยู่

💡 เคล็ดลับเปรียบเทียบสินเชื่อ

การเลือกสินเชื่อรถยนต์ที่ดีต้องพิจารณาหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่อัตราดอกเบี้ยอย่างเดียว ต่อไปนี้คือสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ

1. ดูดอกเบี้ยรวมตลอดอายุสัญญา: อย่ามองแค่อัตราดอกเบี้ยต่อปี แต่ให้ดูที่ดอกเบี้ยรวมตลอดอายุสัญญา บางครั้งดอกเบี้ยต่ำแต่ผ่อนนาน อาจจ่ายดอกเบี้ยรวมมากกว่าดอกเบี้ยสูงแต่ผ่อนสั้น

2. พิจารณาความสามารถในการผ่อน: ค่างวดไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้ต่อเดือน หากค่างวดสูงเกินไป อาจกระทบต่อค่าใช้จ่ายอื่นในชีวิตประจำวัน

3. ตรวจสอบค่าธรรมเนียมแฝง: บางไฟแนนซ์อาจมีค่าธรรมเนียมจัดทำสัญญา ค่าประกันภัย หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องจ่ายเพิ่ม ให้ถามรายละเอียดให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ

4. เงื่อนไขการปิดยอดก่อนกำหนด: หากมีโอกาสปิดยอดก่อน ควรตรวจสอบว่ามีค่าปรับหรือไม่ บางที่คิดค่าปรับ 2-3% ของยอดที่เหลือ

5. เปรียบเทียบหลายแหล่ง: ก่อนตัดสินใจ ควรขอใบเสนอราคาจากหลายธนาคารหรือไฟแนนซ์ แล้วนำมาเปรียบเทียบด้วยเครื่องคำนวณนี้

💰 เงินดาวน์ควรจ่ายเท่าไหร่?

เงินดาวน์เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อค่างวดและดอกเบี้ยรวม โดยทั่วไปแนะนำให้ดาวน์อย่างน้อย 20-30% ของราคารถ เพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยที่ดีและค่างวดที่เหมาะสม

ข้อดีของการดาวน์มาก:

  • ยอดจัดน้อยลง ดอกเบี้ยรวมน้อยลง
  • ค่างวดต่อเดือนถูกลง
  • อนุมัติสินเชื่อง่ายขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้ไม่สูงมาก
  • มักได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่า
  • ลดความเสี่ยงรถราคาตกเร็วกว่ายอดหนี้ที่เหลือ (Upside Down)

ข้อควรระวัง:

อย่าใช้เงินทั้งหมดดาวน์จนหมดตัว ควรสำรองเงินฉุกเฉินไว้อย่างน้อย 3-6 เดือนของค่าใช้จ่าย และอย่าลืมคำนึงถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าประกันภัยรถ ค่าจดทะเบียน ค่าบำรุงรักษา และค่าน้ำมัน

หากคุณมีเงินออมไม่มาก บางไฟแนนซ์อาจอนุมัติดาวน์ต่ำได้ถึง 0-15% แต่จะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าและต้องมีประวัติเครดิตที่ดี ลองใช้เครื่องคำนวณนี้เปรียบเทียบหลายๆ ทางเลือกเพื่อหาแผนที่เหมาะสมที่สุด