คำถามที่พบบ่อย
รวมคำตอบเกี่ยวกับสินเชื่อรถยนต์และการผ่อนรถในประเทศไทย
ดอกเบี้ยผ่อนรถคิดยังไง? ▼
ในไทยส่วนใหญ่ใช้ ดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) คำนวณจากสูตร:
ดอกเบี้ยรวม = ยอดจัด × อัตราดอกเบี้ย × จำนวนปี
ค่างวดต่อเดือน = (ยอดจัด + ดอกเบี้ยรวม) ÷ จำนวนเดือน
ดอกเบี้ยคงที่จะไม่ลดลงตามเงินต้นที่ผ่อน ทำให้ดอกเบี้ยแท้จริง (Effective Rate) จะสูงกว่าประมาณ 1.8-2 เท่า ตัวอย่างเช่น ดอกเบี้ยคงที่ 3% จะเท่ากับดอกเบี้ยแท้จริงประมาณ 5.5-6%
ดอกเบี้ยคงที่กับดอกเบี้ยลดต้นต่างกันอย่างไร? ▼
ดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) คิดดอกเบี้ยจากยอดจัดเดิมตลอดสัญญา ค่างวดเท่ากันทุกเดือน ทำให้วางแผนการเงินง่าย แต่ดอกเบี้ยรวมจะมากกว่า
ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (Effective Rate) คิดดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือ ทำให้ดอกเบี้ยลดลงเรื่อยๆ ตามยอดหนี้ที่ลด ดอกเบี้ยรวมจะน้อยกว่า แต่ค่างวดเดือนแรกๆ จะสูงกว่า
ถ้าดอกเบี้ยคงที่ 3% ดอกเบี้ยแท้จริงจะประมาณ 5.5-6% ควรขอให้ไฟแนนซ์แจ้งทั้งสองอัตราเพื่อเปรียบเทียบ
ควรดาวน์รถกี่เปอร์เซ็นต์? ▼
แนะนำดาวน์อย่างน้อย 20-30% ของราคารถ ข้อดีของการดาวน์มาก:
- ยอดจัดน้อยลง ดอกเบี้ยรวมน้อยลง
- ค่างวดต่อเดือนถูกลง
- อนุมัติสินเชื่อง่ายขึ้น
- มักได้อัตราดอกเบี้ยดีกว่า
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้เงินทั้งหมดดาวน์จนหมดตัว ควรสำรองเงินฉุกเฉินไว้อย่างน้อย 3-6 เดือนของค่าใช้จ่าย
ผ่อนรถกี่ปีดี? ▼
ขึ้นอยู่กับความสามารถในการผ่อน:
- ผ่อนสั้น 4-5 ปี: ค่างวดสูง แต่ดอกเบี้ยรวมน้อย เหมาะกับคนที่รายได้สูงพอ
- ผ่อนยาว 6-7 ปี: ค่างวดถูก แต่ดอกเบี้ยรวมมากกว่า เหมาะกับคนที่ต้องการค่างวดไม่สูง
โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ค่างวดเกิน 30-40% ของรายได้ต่อเดือน เพื่อให้มีเงินเหลือสำหรับค่าใช้จ่ายอื่นๆ
ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างในการขอสินเชื่อรถ? ▼
สำหรับพนักงานประจำ:
- บัตรประชาชน
- ทะเบียนบ้าน
- สลิปเงินเดือน 3-6 เดือนล่าสุด
- หนังสือรับรองเงินเดือน
- Statement บัญชีธนาคาร 6 เดือน
สำหรับเจ้าของกิจการ: เพิ่มหนังสือจดทะเบียนบริษัท ภพ.20 และเอกสารการเงินของกิจการ
ปิดยอดก่อนกำหนดได้ไหม? ▼
ได้ แต่ต้องระวังเงื่อนไข:
- บางไฟแนนซ์คิดค่าปรับ 2-3% ของยอดที่เหลือ
- บางที่บังคับผ่อนครบกี่งวดก่อนถึงจะปิดได้
- บางที่ต้องแจ้งล่วงหน้า 30 วัน
ก่อนทำสัญญาควรถามเงื่อนไขนี้ให้ชัดเจน และคำนวณว่าการปิดก่อนคุ้มกับดอกเบี้ยที่ประหยัดได้หรือไม่
อะไรมีผลต่ออัตราดอกเบี้ยที่ได้รับ? ▼
ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราดอกเบี้ย:
- เปอร์เซ็นต์ดาวน์: ดาวน์มาก = ดอกเบี้ยถูก
- ประวัติเครดิต: เครดิตดี = ดอกเบี้ยถูก
- อาชีพและรายได้: รายได้มั่นคง = อนุมัติง่าย
- อายุรถ: รถใหม่มักได้ดอกเบี้ยถูกกว่ารถมือสอง
- แคมเปญโปรโมชั่น: ช่วงเทศกาลมักมีดอกพิเศษ
- สถาบันการเงิน: แต่ละที่ให้ไม่เท่ากัน
เลือกสินเชื่อจากธนาคารหรือไฟแนนซ์ดี? ▼
ธนาคาร:
- ดอกเบี้ยถูกกว่า (บางครั้งถูกกว่า 1-2%)
- อนุมัติยากกว่า ต้องมีประวัติเครดิตดี
ไฟแนนซ์:
- อนุมัติง่ายกว่า เหมาะกับคนที่เครดิตไม่ค่อยดี
- ดอกเบี้ยสูงกว่า
แนะนำให้ขอใบเสนอราคาจากหลายแหล่งแล้วเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ
รถใหม่กับรถมือสองดอกเบี้ยต่างกันไหม? ▼
ต่างกัน โดยทั่วไป:
- รถใหม่: ดอกเบี้ยถูกกว่าประมาณ 1-2% เพราะความเสี่ยงน้อยกว่า
- รถมือสอง: ดอกเบี้ยสูงกว่า ต้องดาวน์มากกว่า
- รถมือสองอายุ 5-7+ ปี: หาไฟแนนซ์ยาก ถ้าได้ก็ดอกสูง ผ่อนได้ไม่นาน
รถมือสองจากเต็นท์รถมักมีไฟแนนซ์ของเต็นท์เอง แต่ดอกเบี้ยอาจสูงกว่าทำเองกับธนาคาร
ถ้าผ่อนไม่ไหวต้องทำอย่างไร? ▼
อย่ารอจนถูกยึดรถ! ควรดำเนินการทันทีที่รู้ว่าจะมีปัญหา:
- ติดต่อไฟแนนซ์: ขอปรับโครงสร้างหนี้ เช่น ยืดระยะเวลาผ่อน พักชำระบางส่วน
- ขอลดค่างวด: บางที่ยอมลดค่างวดแลกกับการผ่อนนานขึ้น
- ขายรถปลดหนี้: ถ้าไม่ไหวจริงๆ ขายเองดีกว่าถูกยึด
การถูกยึดรถจะเสียประวัติเครดิต และอาจถูกฟ้องเรียกส่วนต่างได้ถ้าขายรถได้น้อยกว่ายอดหนี้
พร้อมคำนวณค่างวดรถของคุณหรือยัง?
ไปที่เครื่องคำนวณ