หน้าแรกบทความผ่อนรถไม่ไหว ทำอย่างไร

การวางแผนการเงิน

ผ่อนรถไม่ไหว ควรทำอย่างไร มีทางออกอะไรบ้าง

อัปเดต: มกราคม 2025 · อ่าน 8 นาที

ปัญหาผ่อนรถไม่ไหวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์ทางการเงินเปลี่ยนแปลงกะทันหัน เช่น ตกงาน รายได้ลด หรือมีค่าใช้จ่ายฉุกเฉินขนาดใหญ่ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องรับมือเร็ว ยิ่งปล่อยนานยิ่งแย่ลง

สิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาด

อย่าเพิกเฉยหรือหนีปัญหา การไม่รับโทรศัพท์จากไฟแนนซ์หรือไม่ดำเนินการใดๆ จะทำให้สถานการณ์แย่ลงอย่างรวดเร็ว ดอกเบี้ยสะสม ค่าปรับ และกระบวนการยึดรถจะเดินหน้าต่อไปไม่ว่าคุณจะรับโทรศัพท์หรือไม่

สัญญาณเตือนว่ากำลังมีปัญหาทางการเงิน

รู้จักสัญญาณเหล่านี้ให้เร็ว จะช่วยให้คุณรับมือได้ทันท่วงที

!

จ่ายค่างวดล่าช้า

เริ่มผัดวันประกันพรุ่งกับการจ่ายงวดรถ หรือจ่ายไม่ตรงวันบ่อยครั้ง

!

ใช้บัตรเครดิตจ่ายค่างวด

กู้หนี้ใหม่มาจ่ายหนี้เก่า เป็นสัญญาณอันตรายที่ชัดเจนมาก

!

ค่างวดเกิน 20% ของรายได้

ค่างวดรถที่แนะนำไม่ควรเกิน 15% ของรายได้สุทธิ ถ้าเกิน 20% เริ่มตึงตัว

!

ขาดส่งงวดแล้ว

ขาดส่งแม้แค่งวดเดียว ต้องดำเนินการทันทีก่อนสถานการณ์เลวร้ายลง

ผลของการผิดนัดชำระที่คุณต้องรู้

เมื่อผิดนัดชำระ กระบวนการต่างๆ จะเกิดขึ้นเป็นลำดับ และแต่ละขั้นยิ่งแย่กว่าขั้นก่อน

ระยะเวลา สิ่งที่เกิดขึ้น
ค้างชำระ 1–30 วัน ดอกเบี้ยผิดนัด 15–18%/ปี เริ่มคำนวณทับ, ไฟแนนซ์ส่ง SMS/โทรติดตาม
ค้างชำระ 30–90 วัน บันทึกเป็นหนี้ NPL ในเครดิตบูโร, ส่งเรื่องให้ทีมติดตามหนี้, ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น
ค้างชำระ 90+ วัน ไฟแนนซ์มีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาและยึดรถได้โดยชอบธรรม, เครดิตเสียอย่างรุนแรง
หลังยึดรถ ไฟแนนซ์ขายทอดตลาด ถ้าได้ไม่พอหนี้ คุณยังต้องรับผิดชอบส่วนต่าง

ผลกระทบต่อเครดิตบูโร

  • ข้อมูลการค้างชำระจะถูกบันทึก 3 ปีนับจากวันที่ชำระหมด
  • ส่งผลต่อการขอสินเชื่อทุกประเภทในอนาคต ทั้งบ้าน รถ บัตรเครดิต
  • นายจ้างบางแห่งตรวจเครดิตบูโรก่อนรับเข้าทำงาน

5 ทางออกก่อนถูกยึดรถ

เมื่อเริ่มมีปัญหา มีทางออกหลายทางที่ควรพิจารณาตามลำดับ ยิ่งรีบดำเนินการยิ่งมีตัวเลือกมากขึ้น

1

ติดต่อไฟแนนซ์เพื่อขอความช่วยเหลือ

นี่คือทางเลือกแรกที่ควรทำทันที ไม่ต้องรอให้ค้างชำระก่อน บริษัทไฟแนนซ์ส่วนใหญ่มีโปรแกรมช่วยเหลือลูกค้า

  • พักชำระเงินต้น: จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย 3–6 เดือน ในช่วงวิกฤต
  • ลดค่างวด: ปรับลดโดยยืดระยะเวลาออก แต่ดอกเบี้ยรวมจะสูงขึ้น
  • ปรับโครงสร้างหนี้: เจรจาเงื่อนไขใหม่ทั้งหมด เหมาะเมื่อปัญหาหนัก

เอกสารที่ต้องเตรียม: หลักฐานรายได้, หลักฐานเหตุผล (เช่น หนังสือออกจากงาน), บัตรประชาชน

2

รีไฟแนนซ์ไปยืดระยะเวลา

หากยังมีเครดิตพอ สามารถรีไฟแนนซ์ไปยังบริษัทใหม่ที่ให้ระยะเวลายาวขึ้นหรืออัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า

  • ค่างวดรายเดือนลดลง แต่ดอกเบี้ยรวมสูงขึ้น
  • ต้องทำก่อนค้างชำระ เพราะถ้าเครดิตเสียแล้วจะรีไฟแนนซ์ไม่ได้
  • มีค่าธรรมเนียมรีไฟแนนซ์ประมาณ 1,000–3,000 บาท
3

ขายรถเองก่อนถูกยึด (แนะนำมาก)

ถ้าเห็นว่าแก้ไขไม่ได้แล้ว การขายรถเองได้ราคาดีกว่าการถูกยึดขายทอดตลาดมาก

วิธีขาย ราคาที่ได้ ความเร็ว
ขายเองผ่าน Kaidee / Facebook ดีที่สุด 2–8 สัปดาห์
ขายผ่านตัวแทนจำหน่ายรถมือสอง ดี 1–3 สัปดาห์
ขายให้บริษัทรับซื้อรถด่วน ต่ำกว่า 10–20% 1–3 วัน
ถูกยึดขายทอดตลาด ต่ำสุด (-30–50%) ไม่ได้เลือก

หากราคาขายได้มากกว่ายอดหนี้ คุณได้เงินส่วนต่างคืน แต่ถ้าน้อยกว่า คุณต้องหาเงินมาจ่ายส่วนต่าง

4

หารายได้เสริมเพื่อแก้ปัญหาชั่วคราว

ถ้าปัญหาเป็นแค่ชั่วคราว การหารายได้เสริมอาจแก้ไขสถานการณ์ได้โดยไม่ต้องขายรถ

  • ขับ Grab / Bolt รายได้ 10,000–20,000 บาท/เดือน ขึ้นอยู่กับชั่วโมงที่ขับ
  • งาน Part-time หรือ Freelance ในสาขาที่เชี่ยวชาญ
  • ขายสินค้าออนไลน์หรือของที่ไม่ใช้แล้ว
  • ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในชีวิตประจำวัน
5

ขอความช่วยเหลือจากครอบครัว

ถ้ามีคนในครอบครัวสามารถช่วยได้ การยืมเงินจากคนในครอบครัว (และทำสัญญาชัดเจน) ดีกว่าการปล่อยให้รถถูกยึดมาก เพราะผลกระทบระยะยาวต่อเครดิตมีมากกว่า

กระบวนการยึดรถ: ไฟแนนซ์ทำอะไรได้บ้าง?

หลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับสิทธิ์ของไฟแนนซ์และสิทธิ์ของตัวเอง ทำความเข้าใจกระบวนการที่ถูกต้อง

กระบวนการที่ถูกกฎหมาย

  • ไฟแนนซ์ต้องส่งหนังสือบอกกล่าวก่อนยึดรถอย่างน้อย 30 วัน
  • หลังบอกกล่าวแล้ว ถ้าไม่ชำระ ไฟแนนซ์มีสิทธิ์ยึดรถได้โดยไม่ต้องขึ้นศาล (สัญญาเช่าซื้อ)
  • คุณไม่มีสิทธิ์ขัดขวางการยึดรถหลังได้รับหนังสือบอกกล่าวแล้ว
  • ไฟแนนซ์ต้องแจ้งวันและสถานที่ขายทอดตลาดให้คุณทราบล่วงหน้า

สิทธิ์ของลูกหนี้ที่ควรรู้

  • สิทธิ์ในการชำระหนี้ทั้งหมดเพื่อไถ่รถคืนก่อนขายทอดตลาด
  • สิทธิ์ในการตรวจสอบยอดหนี้ทั้งหมดรวมถึงค่าปรับและดอกเบี้ย
  • สิทธิ์ในการรับเงินส่วนเกินหากขายทอดตลาดได้มากกว่ายอดหนี้
  • สิทธิ์ร้องเรียนสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) หากไฟแนนซ์กระทำการไม่ชอบ

ฟื้นฟูเครดิตหลังมีปัญหา

หากเครดิตเสียหายไปแล้ว ยังมีทางฟื้นฟูได้ แม้จะต้องใช้เวลา

1

ชำระหนี้ที่ค้างทั้งหมดให้เร็วที่สุด

นาฬิกา 3 ปี (ประวัติค้างชำระที่ถูกลบออกจากเครดิตบูโร) เริ่มนับจากวันที่ชำระครบ ไม่ใช่วันที่ค้างชำระ

2

สร้างประวัติการชำระที่ดีด้วยสินเชื่อเล็กๆ

บัตรเดบิตที่มีวงเงินหรือสินเชื่อขนาดเล็กที่ชำระตรงเวลาทุกเดือนช่วยสร้างประวัติที่ดีได้

3

ตรวจสอบรายงานเครดิตบูโรของตัวเอง

ขอรายงานเครดิตได้ที่ www.ncb.co.th ปีละ 1 ครั้งฟรี เพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลถูกต้องและติดตามความคืบหน้า

4

อดทนรอ เวลาคือยาที่ดีที่สุด

ข้อมูลค้างชำระจะหมดอายุใน 3 ปีหลังชำระครบ และผลกระทบต่อสกอร์จะลดลงเรื่อยๆ ตามเวลา

บทเรียน: วางแผนอย่างไรไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ

ประสบการณ์จากปัญหาการเงินเป็นบทเรียนที่มีค่า ทำตามหลักการเหล่านี้เมื่อซื้อรถคันต่อไป

กฎการผ่อนรถที่ปลอดภัย

  • ค่างวดไม่เกิน 15% ของรายได้สุทธิ: ถ้ารายได้ 30,000 บาท ค่างวดไม่ควรเกิน 4,500 บาท
  • ดาวน์อย่างน้อย 20–30%: ลดความเสี่ยง Negative Equity และลดค่างวดรายเดือน
  • ผ่อนไม่เกิน 5 ปี: 7 ปีดูถูกแต่แพงและเสี่ยงกว่ามาก
  • มีกองทุนฉุกเฉิน 3–6 เดือน: เงินสำรองที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมถึงค่างวดรถ
  • ประกันรายได้หรือประกันชีวิต: คุ้มครองกรณีตกงาน ป่วยหนัก หรือเสียชีวิต

การมีรถคือความสะดวก แต่ไม่ควรแลกกับความเสี่ยงทางการเงินที่มากเกินไป ใช้เครื่องคำนวณค่างวดเพื่อวางแผนให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อในครั้งต่อไป

คำนวณค่างวดและวางแผนการเงินได้ที่นี่

ใช้เครื่องคำนวณค่างวดฟรี