หน้าแรกบทความประกันภัยรถยนต์ทุกประเภท

ค่าใช้จ่ายรถ

ประกันภัยรถยนต์มีกี่ประเภท และควรเลือกแบบไหน

อัปเดต: มกราคม 2025 · อ่าน 7 นาที

ค่าประกันภัยรถยนต์เป็นค่าใช้จ่ายที่หลายคนมองข้ามเมื่อวางแผนซื้อรถ แต่ความจริงแล้วมันคือค่าใช้จ่ายประจำปีที่สำคัญมาก การเลือกประกันไม่เหมาะสมอาจหมายความว่าคุณจ่ายแพงเกินจำเป็น หรือเสี่ยงขาดความคุ้มครองเมื่อเกิดอุบัติเหตุ บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจประกันภัยรถยนต์ทุกประเภทในประเทศไทย

พ.ร.บ. (พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ) — ภาคบังคับ

พ.ร.บ. คือประกันภาคบังคับที่รถทุกคันในประเทศไทยต้องมี โดยกฎหมายกำหนดให้ต่ออายุพร้อมกับการชำระภาษีรถประจำปี หากไม่มี พ.ร.บ. มีโทษปรับสูงถึง 10,000 บาท

ความคุ้มครองของ พ.ร.บ.

  • ค่ารักษาพยาบาลผู้ประสบภัย สูงสุด 30,000 บาท/คน
  • ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง สูงสุด 300,000 บาท/คน
  • เสียชีวิต สูงสุด 300,000 บาท/คน
  • ครอบคลุมทั้งผู้ขับ ผู้โดยสาร และคนเดินถนน

ข้อจำกัดสำคัญ

พ.ร.บ. ไม่คุ้มครองความเสียหายของตัวรถ ทรัพย์สิน หรือค่าเสียหายส่วนเกินวงเงิน ค่าเบี้ยประกันอยู่ที่ประมาณ 600–900 บาท/ปี ขึ้นอยู่กับประเภทรถ

ประกันภัยชั้น 1 — ความคุ้มครองสูงสุด

ประกันชั้น 1 เป็นประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจระดับสูงสุด เหมาะสำหรับรถใหม่หรือรถราคาสูงที่ต้องการความคุ้มครองครอบคลุมทุกด้าน

ความคุ้มครองประกันชั้น 1

  • ความเสียหายของรถเราเมื่อเกิดอุบัติเหตุ (ทั้งฝ่ายผิดและไม่ผิด)
  • ความเสียหายต่อรถและทรัพย์สินคู่กรณี
  • ไฟไหม้และการโจรกรรม
  • ภัยธรรมชาติ (น้ำท่วม, พายุ ฯลฯ) ในบางกรมธรรม์
  • รถยกฟรีและรถทดแทนระหว่างซ่อม

ค่าเบี้ยประกันชั้น 1 อยู่ที่ประมาณ 15,000–25,000 บาท/ปี สำหรับรถยนต์นั่งทั่วไปราคา 700,000–1,200,000 บาท ยิ่งรถราคาสูงหรืออายุมาก ค่าเบี้ยยิ่งสูงตาม

ประกันภัยชั้น 2+ — ทางเลือกกลางที่คุ้มค่า

ประกันชั้น 2+ เป็นตัวเลือกที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมในราคาที่จับต้องได้กว่าชั้น 1

ความคุ้มครองประกันชั้น 2+

  • ความเสียหายรถเรา เฉพาะกรณีชนกับยานพาหนะอื่น
  • ความเสียหายต่อรถและทรัพย์สินคู่กรณี
  • ไฟไหม้และการโจรกรรม
  • ไม่คุ้มครองกรณีรถเราเสียหายโดยไม่มีคู่กรณี (เช่น ขับชนเสา)

ค่าเบี้ยประกันชั้น 2+ อยู่ที่ประมาณ 8,000–15,000 บาท/ปี เหมาะสำหรับรถที่อายุ 3–7 ปี ที่ต้องการความคุ้มครองไฟไหม้และโจรกรรมด้วย

ประกันภัยชั้น 3+ — ประหยัดแต่คุ้มครองคู่กรณี

ประกันชั้น 3+ เหมาะกับผู้ที่ต้องการประกันในราคาประหยัด แต่ยังต้องการความคุ้มครองคู่กรณีเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

ความคุ้มครองประกันชั้น 3+

  • ความเสียหายต่อรถและทรัพย์สินคู่กรณี
  • ค่ารักษาพยาบาลคู่กรณี
  • ไม่คุ้มครองความเสียหายของรถเรา
  • ไม่คุ้มครองไฟไหม้และโจรกรรม

ค่าเบี้ยประกันชั้น 3+ อยู่ที่ประมาณ 5,000–10,000 บาท/ปี เหมาะกับรถที่อายุ 7 ปีขึ้นไปที่ราคาตลาดต่ำกว่า 300,000 บาท

ประกันภัยชั้น 3 — ถูกสุด คุ้มครองน้อยสุด

ประกันชั้น 3 คือระดับต่ำสุดของประกันภาคสมัครใจ ให้ความคุ้มครองเฉพาะบุคคลภายนอกและทรัพย์สินคู่กรณีเท่านั้น ไม่มีความคุ้มครองอะไรสำหรับรถเราเลย ค่าเบี้ยอยู่ที่ประมาณ 2,500–5,000 บาท/ปี เหมาะกับรถเก่ามากที่มูลค่าตลาดต่ำมากจนไม่คุ้มค่าการซ่อม

ตารางเปรียบเทียบความคุ้มครองทุกชั้น

ความคุ้มครอง พ.ร.บ. ชั้น 1 ชั้น 2+ ชั้น 3+ ชั้น 3
ค่ารักษาพยาบาลบุคคลภายนอก
ความเสียหายทรัพย์สินคู่กรณี
ความเสียหายรถเรา (ชนกับยานพาหนะ)
ความเสียหายรถเรา (ไม่มีคู่กรณี)
ไฟไหม้และโจรกรรม
ค่าเบี้ยโดยประมาณ/ปี 600–900 15,000–25,000 8,000–15,000 5,000–10,000 2,500–5,000

ไฟแนนซ์บังคับให้ทำประกันชั้นไหน?

เมื่อซื้อรถด้วยสินเชื่อ (ไฟแนนซ์) บริษัทไฟแนนซ์จะกำหนดให้คุณต้องทำประกันภัยรถยนต์ตลอดระยะเวลาผ่อน โดยทั่วไปมีเงื่อนไขดังนี้

เงื่อนไขประกันภัยของไฟแนนซ์

  • รถใหม่ 1–3 ปีแรก: ส่วนใหญ่บังคับประกันชั้น 1 เพราะรถยังมีมูลค่าสูง
  • ปีที่ 4 เป็นต้นไป: บางบริษัทอนุญาตให้ลดเป็นชั้น 2+ หรือชั้น 3+ ได้
  • ต้องระบุชื่อไฟแนนซ์: กรมธรรม์ต้องระบุบริษัทไฟแนนซ์เป็นผู้รับประโยชน์ร่วม
  • ไม่ต่ออาจผิดสัญญา: หากไม่ต่อประกันตามกำหนด ถือว่าผิดเงื่อนไขสัญญาเช่าซื้อ

เคล็ดลับประหยัดค่าประกันที่นิยมใช้

ค่าประกันภัยเป็นค่าใช้จ่ายที่ต่อรองและเปรียบเทียบได้ ลองใช้เคล็ดลับเหล่านี้เพื่อประหยัดเงินโดยไม่ลดความคุ้มครองจนเกินไป

1

เปรียบเทียบราคาจากหลายบริษัท

ค่าเบี้ยประกันชั้น 1 สำหรับรถคันเดียวกันอาจต่างกันได้ถึง 5,000–8,000 บาท/ปี ระหว่างบริษัทประกันต่างๆ ลองเปรียบเทียบผ่านโบรกเกอร์ออนไลน์

2

เปลี่ยนจากชั้น 1 เป็นชั้น 2+ เมื่อรถอายุ 3–4 ปี

เมื่อมูลค่าตลาดของรถลดลงต่ำกว่า 500,000 บาท การทำประกันชั้น 2+ อาจคุ้มค่ากว่า ประหยัดได้ 5,000–10,000 บาท/ปี

3

เพิ่มค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible)

การเลือกจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเองสูงขึ้น เช่น 5,000 บาทแทน 2,000 บาท จะช่วยลดค่าเบี้ยประกันได้ 10–20%

4

รักษาประวัติขับรถดี (No Claim Bonus)

การไม่เคลมในแต่ละปีจะได้รับส่วนลดสะสม สูงสุดถึง 50% ของค่าเบี้ย ซึ่งประหยัดได้มหาศาลในระยะยาว

5

ซื้อประกันออนไลน์แทนผ่านตัวแทน

บริษัทประกันมักให้ส่วนลดพิเศษสำหรับการซื้อออนไลน์ เนื่องจากไม่มีค่านายหน้า ประหยัดได้อีก 5–15%

สรุป: ควรเลือกประกันชั้นไหน?

สถานการณ์ ประกันที่แนะนำ
รถใหม่ / ผ่อนอยู่กับไฟแนนซ์ ชั้น 1
รถ 3–6 ปี มูลค่า 400,000–700,000 บาท ชั้น 2+
รถ 6–10 ปี มูลค่า 150,000–400,000 บาท ชั้น 3+
รถเก่ามาก มูลค่าต่ำกว่า 150,000 บาท ชั้น 3 + พ.ร.บ.

ไม่ว่าจะเลือกประกันชั้นไหน อย่าลืมว่า พ.ร.บ. เป็นสิ่งที่ต้องมีเสมอ และควรเปรียบเทียบราคาจากหลายบริษัทก่อนตัดสินใจ ค่าประกันภัยเป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายรถที่ควรวางแผนล่วงหน้าในงบประมาณรายปีของคุณ

คำนวณค่างวดและวางแผนการเงินได้ที่นี่

ใช้เครื่องคำนวณค่างวดฟรี