เครดิตบูโรคืออะไร สำคัญกับการขอสินเชื่อรถอย่างไร
อัปเดต: มกราคม 2025 · อ่าน 9 นาที
เวลายื่นขอสินเชื่อรถ หนึ่งในสิ่งแรกที่ธนาคารทำคือตรวจสอบ "เครดิตบูโร" ของคุณ แต่หลายคนยังไม่รู้ว่าเครดิตบูโรคืออะไร ข้อมูลอะไรบ้างที่อยู่ในนั้น และทำไมถึงมีผลต่อการอนุมัติสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับ
เครดิตบูโร (NCB) คืออะไร
บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือที่รู้จักกันในชื่อ เครดิตบูโร หรือ NCB (National Credit Bureau) คือองค์กรที่เก็บรวบรวมประวัติการชำระหนี้ของบุคคลและนิติบุคคล จากธนาคาร ไฟแนนซ์ และสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิก แล้วให้สมาชิกเหล่านั้นสามารถตรวจสอบประวัติเครดิตของผู้สมัครสินเชื่อได้
ข้อมูลที่เก็บในเครดิตบูโร
- • ข้อมูลส่วนตัว: ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชน ที่อยู่
- • สินเชื่อทุกประเภทที่เคยขอและได้รับอนุมัติ
- • ประวัติการชำระหนี้ย้อนหลัง (ชำระตรงเวลาหรือล่าช้า)
- • ยอดหนี้คงเหลือในแต่ละบัญชี
- • บัญชีที่ถูกปิด ถูกยึด หรือมีการฟ้องร้อง
- • จำนวนครั้งที่สถาบันการเงินตรวจสอบเครดิตของคุณ
เครดิตสกอร์ในไทย
NCB ไม่ได้ให้คะแนนเครดิตแบบตัวเลขเดียวเหมือนในต่างประเทศ แต่จะแสดงเป็น "ระดับ" หรือ "เกรด" โดยธนาคารแต่ละแห่งจะนำข้อมูลไปคำนวณสกอร์ของตัวเองตามนโยบายภายใน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่สำคัญที่สุดยังเป็นเรื่องเดียวกัน
| สถานะบัญชี | ความหมาย | ผลต่อสินเชื่อ |
|---|---|---|
| ปกติ (Normal) | ชำระตรงเวลาทุกงวด | ดีมาก |
| กล่าวถึงเป็นพิเศษ | ค้างชำระ 1-30 วัน | พอรับได้ |
| ต่ำกว่ามาตรฐาน | ค้างชำระ 31-90 วัน | เสี่ยง |
| สงสัยจะสูญ | ค้างชำระ 91-180 วัน | ปฏิเสธได้ |
| สูญ (NPL) | ค้างชำระเกิน 180 วัน | ปฏิเสธ |
อะไรทำให้เครดิตสกอร์แย่ลง
ปัจจัยที่ทำลายเครดิตสกอร์
- • ชำระหนี้ล่าช้า: แม้แค่ 1 วันก็มีการบันทึก การค้างชำระ 30 วันขึ้นไปส่งผลกระทบรุนแรง
- • หนี้เสีย (NPL): บัญชีที่ถูกส่งฟ้องหรือตัดออกเป็นหนี้สูญ กระทบมากที่สุด
- • ใช้วงเงินบัตรเครดิตสูง: ยิ่งใช้ใกล้วงเงิน ยิ่งเสี่ยงในสายตาธนาคาร
- • ยื่นขอสินเชื่อหลายแห่งพร้อมกัน: การ "สอบถาม" ของธนาคารแต่ละครั้งจะถูกบันทึก
- • ปิดบัญชีเก่าที่มีประวัติดี: อาจลดความยาวของประวัติเครดิต
อะไรช่วยให้เครดิตสกอร์ดีขึ้น
วิธีสร้างและรักษาเครดิตที่ดี
- • ชำระหนี้ตรงเวลาทุกงวด: นี่คือปัจจัยที่สำคัญที่สุด ตั้ง Auto-Pay ไว้เพื่อไม่ให้ลืม
- • รักษายอดบัตรเครดิตไม่เกิน 30% ของวงเงิน: เช่น วงเงิน 50,000 บาท ใช้ไม่เกิน 15,000 บาท
- • มีประวัติสินเชื่อระยะยาว: บัญชีที่มีมานานและชำระดีมีน้ำหนักมาก
- • ไม่ยื่นสินเชื่อหลายแห่งพร้อมกัน: ยื่นทีละแห่ง รอผลก่อนค่อยยื่นแห่งต่อไป
- • ชำระหนี้ที่ค้างอยู่ให้หมด: แก้ไขสถานะบัญชีจาก NPL กลับสู่ปกติ
วิธีตรวจสอบเครดิตบูโรของตัวเอง
คุณมีสิทธิ์ตรวจสอบประวัติเครดิตของตัวเองได้ตลอดเวลา มีหลายช่องทาง:
1. ผ่านแอป NCB Connect
ดาวน์โหลดแอป NCB Connect สมัครสมาชิกด้วยบัตรประชาชน ค่าบริการประมาณ 100 บาท/ครั้ง สะดวกที่สุด
2. ที่สาขาธนาคารที่เป็นสมาชิก NCB
ธนาคารสมาชิกหลายแห่งให้บริการตรวจสอบ นำบัตรประชาชนไปแสดง ค่าธรรมเนียม 100 บาท
3. ที่สำนักงาน NCB
ไปด้วยตัวเองที่สำนักงาน NCB ในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัดที่มีสาขา ฟรีครั้งแรกในบางกรณี
ประวัติลบอยู่ในระบบนานแค่ไหน?
ข้อมูลเครดิตจะถูกเก็บไว้ในระบบ NCB เป็นเวลา 3 ปีนับจากวันที่บัญชีถูกปิด หรือชำระหนี้ครบ สำหรับบัญชีที่ยังเปิดอยู่จะเก็บตลอด และหนี้ที่ถูกฟ้องร้องอาจอยู่นานกว่า 5 ปี
วิธีฟื้นฟูเครดิตหลังมีประวัติไม่ดี
-
1
ชำระหนี้ค้างทั้งหมดให้หมด
ติดต่อเจ้าหนี้เพื่อขอชำระหนี้และให้เปลี่ยนสถานะบัญชีเป็น "ชำระแล้ว" ขอหนังสือรับรองการชำระหนี้ไว้
-
2
เริ่มสร้างประวัติใหม่ด้วยสินเชื่อเล็กน้อย
ขอบัตรเครดิตวงเงินต่ำ หรือสินเชื่อเงินฝากค้ำประกัน แล้วชำระตรงเวลาทุกงวดโดยไม่ขาดเลย
-
3
รอให้ประวัติใหม่สะสม 12-24 เดือน
ธนาคารส่วนใหญ่ต้องการดูประวัติชำระดีต่อเนื่องอย่างน้อย 1-2 ปีจึงจะพิจารณาสินเชื่อรายใหญ่
-
4
ลองยื่นขอสินเชื่อรถกับผู้ค้ำประกัน
ถ้าเครดิตยังไม่ดีพอ การมีผู้ค้ำประกันที่มีเครดิตดีช่วยเพิ่มโอกาสผ่านสินเชื่อได้มาก
เคล็ดลับสำหรับผู้ที่ไม่มีประวัติเครดิต
ถ้าคุณเพิ่งเริ่มทำงานและไม่เคยมีสินเชื่อมาก่อน ธนาคารจะไม่มีข้อมูลให้พิจารณา ซึ่งบางแห่งถือว่าเสี่ยงเท่ากับมีประวัติไม่ดี
สร้างเครดิตสำหรับ First-Timer
- • เริ่มด้วยบัตรเครดิตวงเงินต่ำ ใช้ซื้อของ แล้วชำระเต็มจำนวนทุกเดือน
- • ผ่อนสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น โทรศัพท์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า แล้วชำระตรงเวลา
- • สินเชื่อเงินฝากค้ำประกัน: ฝากเงินไว้กับธนาคารแล้วขอสินเชื่อวงเงินใกล้เคียง
- • ดาวน์มาก: ยิ่งดาวน์มาก ธนาคารยิ่งวางใจ แม้ไม่มีประวัติเครดิต
- • เตรียมเอกสารแสดงความมั่นคงทางการเงิน: Statement ย้อนหลัง 6-12 เดือน
สรุป
เครดิตบูโรคือ "ใบรับรองความน่าเชื่อถือทางการเงิน" ของคุณ การดูแลประวัติเครดิตให้ดีตั้งแต่ต้นช่วยให้ผ่านสินเชื่อได้ง่ายขึ้น และยังได้ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า ซึ่งเท่ากับประหยัดเงินได้จำนวนมากตลอดอายุสัญญา การตรวจสอบเครดิตบูโรของตัวเองเป็นประจำทุก 6-12 เดือนจึงเป็นนิสัยทางการเงินที่ดีที่ทุกคนควรทำ
คำนวณค่างวดและวางแผนการเงินได้ที่นี่
ใช้เครื่องคำนวณค่างวดฟรี