หน้าแรกบทความโอนสิทธิ์รถที่ยังผ่อนอยู่

สัญญาและกฎหมาย

การโอนสิทธิ์รถที่ยังผ่อนอยู่: ทำได้หรือไม่ และต้องทำอย่างไร?

อัปเดต: มกราคม 2025 · อ่าน 7 นาที

หลายคนตั้งคำถามว่า "อยากขายรถแต่ยังผ่อนไม่หมด ทำได้ไหม?" คำตอบคือ ทำได้ แต่มีขั้นตอนและเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติตาม เพราะรถที่อยู่ระหว่างผ่อนชำระนั้นกรรมสิทธิ์ยังเป็นของบริษัทไฟแนนซ์ ไม่ใช่ของผู้ผ่อน บทความนี้จะอธิบายทุกขั้นตอนอย่างละเอียด

โอนรถที่ยังผ่อนอยู่ได้หรือไม่?

การโอนรถที่ยังผ่อนอยู่ทำได้ แต่ต้องเข้าใจหลักการสำคัญก่อน ในสัญญาเช่าซื้อ บริษัทไฟแนนซ์เป็นเจ้าของรถตัวจริง ผู้ผ่อนเป็นเพียงผู้เช่าซื้อที่มีสิทธิ์ครอบครองใช้งาน กรรมสิทธิ์จะโอนมาเป็นของผู้ผ่อนก็ต่อเมื่อชำระครบทุกงวดแล้วเท่านั้น

สรุปสำคัญ

การโอนสิทธิ์รถที่ยังผ่อนอยู่ต้องได้รับความยินยอมจากบริษัทไฟแนนซ์เสมอ ไม่สามารถโอนฝ่ายเดียวได้ หากโอนโดยไม่ผ่านไฟแนนซ์ถือว่าผิดสัญญาและผิดกฎหมาย

2 วิธีในการโอนรถที่ยังผ่อนอยู่

มีสองแนวทางหลักสำหรับการโอนรถที่ยังผ่อนอยู่ แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียและความเหมาะสมที่แตกต่างกัน

วิธีที่ 1: โอนสัญญาเช่าซื้อ

ผู้ซื้อเข้ามารับสิทธิ์และภาระการผ่อนแทน โดยไฟแนนซ์ต้องอนุมัติผู้ซื้อใหม่

+ ไม่ต้องปิดหนี้ก่อน

+ ผู้ขายหมดภาระทันที

- ผู้ซื้อต้องผ่านการอนุมัติสินเชื่อ

- อาจใช้เวลานาน 2–4 สัปดาห์

วิธีที่ 2: ปิดหนี้แล้วขาย

ผู้ขายชำระหนี้ทั้งหมดก่อน รับโฉนดรถมา แล้วค่อยขายกรรมสิทธิ์สะอาด

+ ขายง่าย ไม่ซับซ้อน

+ ราคาขายได้ดีกว่า

- ต้องมีเงินปิดหนี้ก่อน

- อาจมีค่าปรับปิดก่อนกำหนด

ขั้นตอนการโอนสัญญาเช่าซื้อ (วิธีที่ 1)

หากเลือกวิธีโอนสัญญา นี่คือขั้นตอนทั้งหมดที่ต้องดำเนินการ

1

ติดต่อบริษัทไฟแนนซ์เพื่อขอโอนสัญญา

แจ้งความต้องการโอนสัญญาและขอแบบฟอร์มและรายการเอกสารที่ต้องใช้ บางแห่งสามารถแจ้งผ่านแอปหรือเว็บไซต์ได้

2

ผู้ซื้อยื่นขอสินเชื่อกับไฟแนนซ์

ผู้ซื้อต้องยื่นเอกสารทางการเงินเพื่อให้ไฟแนนซ์ประเมินความสามารถชำระหนี้ เช่นเดียวกับการขอสินเชื่อใหม่ ใช้เวลาประมาณ 3–7 วันทำการ

3

ไฟแนนซ์อนุมัติและออกสัญญาโอน

หากผู้ซื้อผ่านการอนุมัติ ไฟแนนซ์จะออกสัญญาโอนสิทธิ์เช่าซื้อ ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อต้องลงนามในสัญญาใหม่

4

นำรถเข้าตรวจสภาพ (บางแห่ง)

ไฟแนนซ์บางแห่งกำหนดให้นำรถเข้าตรวจสภาพก่อนโอน เพื่อประเมินมูลค่าและความเสียหาย ใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง

5

ชำระค่าธรรมเนียมการโอน

จ่ายค่าธรรมเนียมโอนสัญญาและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง (ดูรายละเอียดในหัวข้อค่าใช้จ่าย)

6

รับใบยืนยันการโอนและส่งมอบรถ

เมื่อทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ ผู้ขายจะได้รับหนังสือยืนยันการปลดภาระหนี้ และส่งมอบรถพร้อมกุญแจทั้งหมดให้ผู้ซื้อ

เอกสารที่ต้องใช้ในการโอนสัญญา

เตรียมเอกสารทั้งฝั่งผู้ขายและผู้ซื้อให้ครบก่อนยื่นเรื่อง

ผู้ขาย (ผู้โอนสิทธิ์)

บัตรประชาชนฉบับจริง + สำเนา
ทะเบียนบ้าน + สำเนา
สัญญาเช่าซื้อฉบับเดิม
กุญแจรถทุกดอก
คู่มือการใช้งานรถ (ถ้ามี)

ผู้ซื้อ (ผู้รับโอนสิทธิ์)

บัตรประชาชนฉบับจริง + สำเนา
ทะเบียนบ้าน + สำเนา
สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน
Statement บัญชีธนาคาร 6 เดือน
หนังสือรับรองเงินเดือน (ถ้ามี)

ค่าใช้จ่ายในการโอนสัญญาเช่าซื้อ

รายการ จำนวนโดยประมาณ ผู้รับผิดชอบ
ค่าธรรมเนียมโอนสัญญา 1,000–5,000 บาท ตกลงระหว่างผู้ซื้อ-ผู้ขาย
ค่าตรวจสภาพรถ 500–2,000 บาท ผู้ขายหรือผู้ซื้อ (แล้วแต่ตกลง)
ค่าอากรแสตมป์สัญญาใหม่ 0.05% ของยอดคงเหลือ ผู้ซื้อ
ค่าประกันภัยชั้น 1 ใหม่ 12,000–20,000 บาท/ปี ผู้ซื้อ
ค่าเปลี่ยนชื่อในทะเบียน ไม่มีค่าใช้จ่าย* *จะโอนเมื่อผ่อนครบ

หมายเหตุเรื่องทะเบียนรถ

เมื่อโอนสัญญาเช่าซื้อ ชื่อในทะเบียนรถยังคงเป็นของบริษัทไฟแนนซ์ ชื่อผู้ซื้อในสัญญาเช่าซื้อจะถูกเปลี่ยนเป็นผู้ซื้อใหม่ แต่ทะเบียนรถจะโอนให้ผู้ซื้อก็ต่อเมื่อผ่อนครบทุกงวดแล้วเท่านั้น

ความเสี่ยงและข้อควรระวัง

!

ความเสี่ยงสำหรับผู้ขาย

หากผู้ซื้อไม่ผ่านการอนุมัติ กระบวนการโอนจะล้มเหลว และคุณต้องหาผู้ซื้อรายใหม่ อาจเสียเวลาและโอกาส ควรตรวจสอบเครดิตผู้ซื้อคร่าวๆ ก่อนยื่นเรื่อง

!

ความเสี่ยงสำหรับผู้ซื้อ

ควรตรวจสอบประวัติการผ่อนชำระของผู้ขายก่อน หากผู้ขายผิดนัดชำระบ่อยๆ ไฟแนนซ์อาจมีข้อกังวล หรือรถอาจมีประวัติน่าเป็นห่วง

!

อย่าส่งมอบรถก่อนได้รับการยืนยัน

ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อไม่ควรส่งมอบรถหรือชำระเงินก่อนได้รับเอกสารยืนยันการโอนจากไฟแนนซ์อย่างเป็นทางการ

กรณีขายดาวน์: ผิดกฎหมายหรือไม่?

"ขายดาวน์" หมายถึงการโอนรถระหว่างบุคคลโดยไม่ผ่านกระบวนการอย่างเป็นทางการของไฟแนนซ์ ผู้ซื้อโอนเงินมาให้ผู้ขาย แล้วผู้ขายยังคงชื่ออยู่ในสัญญาต่อไป แต่ผู้ซื้อนำรถไปใช้แทน

ขายดาวน์มีความเสี่ยงสูงมากสำหรับทุกฝ่าย

ผิดสัญญาเช่าซื้อ: การโอนการครอบครองโดยไม่แจ้งไฟแนนซ์ถือว่าผิดสัญญา ไฟแนนซ์มีสิทธิ์ยึดรถได้ทันที
ผู้ขายยังรับผิดชอบหนี้: หากผู้ซื้อหยุดจ่าย ผู้ขายในฐานะผู้เช่าซื้อยังต้องรับผิดชอบค่างวดและผลทางกฎหมายทั้งหมด
ผู้ซื้อไม่มีสิทธิ์ตามกฎหมาย: ผู้ซื้อไม่มีชื่อในสัญญา ไม่มีสิทธิ์ใดๆ ทางกฎหมายต่อรถ หากผู้ขายนำรถกลับโดยไม่สมัครใจก็ทำไม่ได้
อาจเข้าข่ายฉ้อโกง: ในบางกรณีการขายดาวน์โดยเจตนาทุจริตอาจเข้าข่ายความผิดทางอาญา

สรุป: เลือกวิธีไหนดี?

สถานการณ์ วิธีที่แนะนำ
ต้องการขายเร็ว และมีเงินสำรอง ปิดหนี้แล้วขาย (วิธีที่ 2)
ยอดผ่อนเหลือน้อย (ไม่เกิน 30% ของราคารถ) ปิดหนี้แล้วขาย (วิธีที่ 2)
ยอดผ่อนเหลือมาก และไม่มีเงินปิดหนี้ โอนสัญญาเช่าซื้อ (วิธีที่ 1)
ผู้ซื้อมีประวัติเครดิตดี โอนสัญญาเช่าซื้อ (วิธีที่ 1)

คำแนะนำสำคัญ

ไม่ว่าจะเลือกวิธีใด ให้ดำเนินการผ่านบริษัทไฟแนนซ์อย่างเป็นทางการเสมอ อย่าพยายามข้ามขั้นตอนหรือทำนอกระบบ เพราะความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นมีมูลค่าสูงกว่าความสะดวกสบายที่ได้รับมาก

คำนวณค่างวดและวางแผนการเงินได้ที่นี่

ใช้เครื่องคำนวณค่างวดฟรี